คำสารภาพของคิมฮีชอล
“ผมคิมฮีชอลเป็นเด็กฝึกอยู่ที่ค่าย SM ตั้งแต่วัยรุ่น ผมทำงานใน SM ที่ไม่เหมือนเด็กฝึกคนอื่นเท่าไหร่นัก ผมทำงานเหมือนคนใช้ของค่ายยักษ์แห่งนี้มากกว่า เพื่อนๆในค่ายของผมมีอยู่มากมายหลายตา วันหนึ่งผมโดนวางตัวเข้าเป็นสมาชิกของโปรเจ็ค SUJU
พอผมบอกเพื่อคนอื่นว่าผมจะได้ร่วมงานทุกคนดีใจกับผมมากๆ แต่ผมไม่ใช่อย่างนั้น ผมรู้สึกกดดันกับการอยู่ร่วมกับสมาชิกหลายๆคน และรู้สึกท้อแท้เมื่อคิดว่าถ้านี่เป็นแค่ข่าวโคมลอย ซึ่งอาจจะล้มเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ ผมมีประสบการณ์แบบนี้มาเยอะ ทำให้ผมไม่มั่นใจในเรื่องนี้เท่าไหร่นัก
วันแรกที่ผมเข้าไปใน SUJU ผมรู้จักคนในนั้นไม่กี่คนและรู้สึกกดดันและอดอัด ผมไม่คุยกับใคร จนทุกคนเกลียดผม ผมรู้สึกแย่แต่ก็ไม่สามารถบอกความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้
ผมอายุเท่ากับพี่ลีทึก ผมไม่เคยเรียกเขาว่าพี่หรอก เพราะเราอายุเท่ากัน แต่ผมกับเขาเหมือนอยู่คนละโลก ใช้ชีวิตอยู่บนความแตกต่าง มีครั้งหนึ่งที่ผมอยากถามเค้าว่าเค้าเหนื่อยมั้ยที่กำลังทำอยู่ แต่มันก็เก็บไปคิดเพียงในใจ
บางครั้งผมอยากยื่นมือสองข้างของผมเขาไปช่วยแบ่งเบาภาระของพี่อีทึก แต่เพราะความไม่กล้าอัน**ของผมทำให้ผมทำได้เพียงนั่งร้องไห้ว่าทำไมถึงไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
พี่อีทึกทำงานอย่างหนักกว่าเมมเบอร์คนอื่นถึงสองเท่า ส่วนผมใช้ชีวิตเล่นสนุกไปวันๆ ผมแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับท่าเต้นของวง ทำนอง และทุกๆอย่างที่ทุกคนช่วยกันคิด ผมเล่นสนุกอย่างนั้นเรื่อยไป ถึงแม้ตัวเองจะแก่กว่าคนอื่นๆก็ตาม
ผมกับฮันคยองช่วยเป็นเพื่อนกันมาตลอด ผมช่วยฮันคยอง แต่เมื่อเขารู้จักกับสมาชิกคนอื่น เขาก็ห่างๆออกไปบ้าง และนั่นทำให้เราห่างออกไปเล็กน้อยกว่าเดิม ผมไม่ติดเพื่อนๆในวงและมักทำตัวนอกทาง ผมไม่เข้ากลุ่มสังสรรค์กับเพื่อนๆในวงในบางครั้ง ผมเสียใจและอยากจะกลับไปแก้ตัวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เรื่องราวที่ผมไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยแม้แต่อย่างเดียว
แต่สิ่งที่ผมทำได้ก็ใช่ว่าไม่มี
ผมรอรถมารับและตอนนั้นทุกคนอ่อนล้าจากการซ้อมมากๆ ทุกคนต่างแยกย้ายออกไปหาที่นั่งพักหาเครื่องดื่มและบ้างก็รอรถอยู่อย่างนั้น แต่บริเวณนั้นเหลือเพียงแค่ผมและพี่อีทึก ผมเงยหน้าขึ้นมามองพี่อีทึกที่ยืนทรงตัวแทบจะไม่ไหว ใบหน้าดูอ่อนล้าและอยากหลับตาเต็มทน ผมรู้สึกหมือนน้ำตาล้นอยากกล่าวคำขอโทษมากมาย
ผมทำได้เพียงแค่จ้องพี่เขาอยู่อย่างนั้นมองดูเจ้าตัวขึ้นไปนั่งบนที่เก็บของที่ทำจากเหล็กและหลับตาลง เพียงแค่นั้นผมยืนขึ้นและจับเข่าพี่เขาไว้ ผมมั่นใจพี่เค้าหลับสนิท เพียงแค่ได้หลับตาพี่เขาก็สามารถหลับได้เพราะความเหนื่อยล้า และสิ่งที่ผมทำคือมองดูและคอยระวังไม่ให้พี่เค้าเอียงไปมาขณะหลับ ก่อนกล่าวขอโทษเล็กๆ ที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยสักอย่างเดียว
ผมรู้สึกอย่างหนึ่งว่าระว่างพวกเราคือเมมเบอร์ทั้งหมดและตัวผมมันต่างกัน ผมเล่นสนุก ขณะที่พวกเขาเล่นสนุกเพื่อสร้างเสียงฮา ผมคิดได้แค่นั้นจริงๆ ที่พวกเขาทำเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวพวกเขาเอง ส่วนตัวผมที่เห็นแก่ตัวมากกว่าใครๆในนั้นมากกว่าคังอินที่เย็นชาและชอบใช้กำลัง ผมทำเพื่อตัวเองมากกว่าคนอื่นเสมอ
เราต่างกัน…
ผมตัดสินใจอยากเปลี่ยนให้ตัวเองทำเพื่อทุกคนบ้าง ผมพยายามหาเวลาออกรายการกับพวกเค้าทั้งหมด พยายามหาเวลาสังสรรค์กันมากขึ้น พยายามช่วยทำงาน พยายามช่วยเหลือคนอื่นๆที่มีปัญหา ผมเปลี่ยนไปที่ละน้อย แต่ว่าสุดท้ายแล้ว ผมก็ยังเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตในสายตาคนอื่นและยังเป็นเจ้าชายเย็นชาและเห็นแก่ตัวเหมือนเดิมเสมอ
ผมเคยคิดว่าผมไม่ใช่คนสำคัญสำหรับพวกเค้าเลย ผมคือตัวประหลาดที่สร้างความน่ารำคาญใจให้เมมเบอร์เพราะความห่างเหิน แต่พอวันนั้น วันที่ผมได้รับอุบัติเหตุ วันที่ผมคิดว่านั่นคือโอกาสสุดท้ายของการลืมตาดูโลก ผมร้องไห้ไม่หยุด ขอให้ผมได้บอกก่อนว่า ผมรักเค้ามาก ครอบครัวของผมและ SUJU ผมรักเค้าเท่าที่ชีวิตผมมี ไม่ว่าไปไหนผมจะกล่าวถึงเมมเบอร์ แม้พวกเค้าจะไม่ได้ใส่ใจกับคำที่ผมกล่าว แต่ผมอยากบอกว่า ผมใส่ใจมันทุกประโยค และคิดถึงมันตลอดเวลา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ผมคิดเท่านี้ เปลือกตาผมค่อยๆปิดลง สติกลับคืนเมื่อฟื้นผมไม่เห็นแม้เงาของเมมเบอร์ มีเพียงพี่สาวที่ร้องไห้ฟูม**และครอบครัวผม ผมร้องไห้ตอบหลายความรู้สึก ทั้งดีใจที่ผมยังมีชีวิตและได้เห็นครอบครัว และเสียใจเล็กๆที่ผมไม่เห็นเงาพวกเขา แต่พอผมคิดได้เพียงแค่นั้น ก็ค่อยๆปรากฏเมมเบอร์แต่ละคนภายในห้อง พวกเขาร้องไห้หนัก ตาแดงๆทำให้ผมร้องไห้ตามไปด้วย วันที่เราร้องไห้ไปด้วยกัน เมมเบอร์ของผมเสียใจกับอุบัติเหตุ แต่ผมดีใจที่เห็นเค้าร้องไห้เพราะห่วงผม ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่ใจร้ายเกินไป..
แต่ยังไงผมก็คือคิมฮีชอลผู้ย่อหยิ่งและเย็นชาอย่างได้บอกไปในตอนแรกในสายตาคุณเหมือนเดิม
แต่พวกคุณรู้มั้ย? ผมที่เป็นอยู่ทุกวันมันไม่ใช่ผม
ผมที่เป็นอยู่กับ SJ คือผม
พวกคุณคิดว่าผมห่างพวกเค้าและมีเพื่อนคนอื่นคบกับคนอื่น ใช่พวกนั้นคือเพื่อนผมคนที่รักผมและคนที่ผมรัก แต่ระหว่างผมกับเมมเบอร์คือความผูกพัน ที่ยากจะตัดขาด ความเจ็บปวดที่ยากจะลบเลือน และความดีใจที่หาไม่ได้อีกแล้ว ความเป็นเพื่อนไม่ได้มีในตัวของผมระหว่าง SUJU แต่มันคือครอบครัว พี่น้อง สายใย ที่มากกว่านั้น แม้ผมไม่แคร์เค้าในสายตาคุณ แต่จริงๆแล้วผมแคร์เค้ามากกว่าคุณซะอีก ผมพูดตรงต่อว่าพวกเขา ผมแสดงความเป็นผม ผมไม่เก็บอารมณ์เท่าอยู่ในรายการ ผมระเบิดออกมาเมื่ออยู่กับพวกเค้า และเหงาเวลาพวกเค้าทิ้งผมไป เพราะผมอยากให้พวกเค้ารู้ว่า มีเพียงพวกเค้าที่จะรู้จักผมดีและมีเพียงพวกเขาที่จะได้รู้จักคิมฮีชอล ผู้ชายที่ไม่เหมือนในทีวี และอยากให้รู้ว่า ที่ผมต่อว่าคือความใส่ใจของผม อยากให้รู้ว่านี่แหละคือทุกสิ่งของผม ผมคือ SUJU ผมคือครอบครัวของพวกเค้า คือพี่ชายคนโตที่ไม่รู้จักโต แต่รู้มั้ยวันนี้ผมคิดว่าว่า เมื่อผมมีความรู้สึกได้แล้ว นั่นแหละคือคำว่า ‘โต’ ของผม เมื่อผมรู้สึกเจ็บปวดกับเมมเบอร์ รู้สึกดีใจกับเมมเบอร์ นั่นแหละคือผมโตแล้ว แม้วันนี้ผมจะไม่เหมือนเคย มีสังคมมากขึ้น แต่ยังไง ผมอยากให้เค้ารู้ว่า เค้าคือคนที่ผมแคร์มากๆ ถ้าผมไม่แคร์เค้า ผมคงไม่มานั่งร้องไห้ เจ็บปวดและเหงาอย่างเงียบๆกับเรื่องราวปัญหาของวงแบบนี้หรอกเมื่อผมไม่มีส่วนเดือดร้อน แต่เพราะเค้าคือทุกส่วนนร่างกายผม ผมจึงรู้สึกว่าผมเจ็บปวดตามเค้าไป เมื่อมือเจ็บปวด ตัวผมทั้งตัวก็เจ็บตามไปด้วย ผมเจ็บมากกว่าเค้าแม้ไม่แสดงออก ผมอยากให้พวกเค้าได้อ่านสิ่งนี้จริงๆ”